กรอบรูป handmade

posted on 19 Feb 2012 20:18 by tanplay55
วิธีทำกรอบรูปสวยๆได้ด้วยตนเอง

 
เปเปอร์มาเช่เป็น งานที่สามารถทำได้หลายรูปแบบและทำได้ง่าย ใช้เทคนิคง่ายๆ วัสดุที่ใช้ก็หาได้ง่ายและราคาถูกคือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้แล้ว กระดาษพิมพ์ดีดหรือกระดาษที่ไม่มีลวดลายสำหรับปิดชั้นนอกสุดเพื่อเตรียมการ ลงสีต่างๆ สิ่งเหล่านี้สามารถหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด

หลัก การทำของงานเปเปอร์มาเช่ คือ การนำกระดาษที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ และผ่านการแช่น้ำจนเปื่อยแล้วมาปิดลงบนแบบที่เตรียมไว้ ปิดหลายๆ ชั้น แต่ละชั้นจะทากาวไว้และจะต้องรอให้กาวแห้งก่อน แต่งผิวให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจึงตกแต่งด้วยสี เปเปอร์มาเช่เป็นงานที่คุณสามารถสร้างผลงานตามจินตนาการของตัวเองได้โดยไม่ ซ้ำแบบใคร แถมยังลงทุนน้อย เป็นการประหยัดกะตังค์ในกระเป๋าอีกด้วยนะค่ะ

สำหรับกรอบรูปที่จะทำกันในวันนี้ จะใช้วัสดุอุปกรณ์ง่ายๆราคาถูกแต่แบบเก๋ไก๋อย่าบอกใครเชียวค่ะ มีลักษณะเป็นกรอบรูปที่ดูเป็นสามมิติ คือมองดูมีความลึก เวลาทำถ้าใครมีรูปแบบลวดลายอะไรก็สามารถดัดแปลงได้ตามใจชอบ (อันนี้ไม่ว่ากันอยู่แล้ว) ดีไม่ดีอาจได้กรอบรูปในสไตล์ที่เป็นแบบของคุณเองหรือเป็นแบบของคนที่คุณต้อง การมอบให้ พื้นกรอบรูปควรใช้สีอ่อนๆ หรือใช้สีที่ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มจะได้ไม่ไปแย่งจุดสนใจกับรูปภาพที่จะติด ค่ะ จะมัวรอช้ากันอยู่ทำไมล่ะค่ะ เรามาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าค่ะว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง???

เครื่องไม้เครื่องมือ :
1. มีดคัตเตอร์
2. ไม้บรรทัด
3. ดินสอ
4. แผ่นรองตัด
5. แปลงทาสี
6. กระดาษกาว

วัสดุที่ต้องใช้ :
1. กระดาษลูกฟูก
2. สีโปสเตอร์
3. กระดาษหนังสือพิมพ์
4. กรรไกร
5. สีขาวรองพื้น
6. ดินน้ำมันหรือกระดาษบดปั้นเป็นรูปหัวใจ วิธีทำดู เปเปอร์มาเช่
7. ลวดสำหรับทำที่แขวน
8. วานิชสำหรับเคลือบเงา
9. กาวลาเท็กซ์
10. รูปที่ต้องการติด
 
วิธีทำ
1. นำกระดาษลูกฟูกมาตัดออกตามรูป จากนั้นใช้มีดคัตเตอร์มากรีดลงตามเส้นให้เป็นรอย ระวังอย่าให้ลึกเกินไป เราไม่ต้องการให้ขาดออกจากกัน เพียงให้เป็นรอยสะดวกแก่การพับเท่านั้น

2. พับตามรอยที่ได้กรีดไว้ ใช้เทปกาวปิดให้เรียบร้อย
3. นำลวดมาติดไว้ด้านหลัง ใช้สำหรับเป็นที่แขวน ยึดติดลวดกับกรอบรูปด้วยกระดาษกาวเช่นกัน
4. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ไม่ใช้แล้วมาตัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 2.5 คูณ 2.5 เซนติเมตร หรือ 1นิ้ว คูณ 1 นิ้ว ทาด้วยกาวลาเท็กซ์และปิดลงบนกรอบให้ทั่วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทิ้งไว้ให้กาวแห้ง
5. นำสีขาวมาทารองพื้นให้ทั่ว ปล่อยให้แห้งแล้วทาซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้สีขาว ขาวทั่วกันทั้งหมด
6. นำรูปหัวใจที่เครียมไว้ ( อาจทำจากดินเหนียวหรือกระดาษบด) มาติดลงบนกรอบรูป ตกแต่งตามต้องการ
7. ตกแต่งด้วยสีโปสเตอร์แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง ทาด้วยวานิชเพื่อเคลือบอีกชั้น ทิ้งไว้ให้แห้ง เท่านี้ส่วนที่เป็นกรอบก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ
 
Credit : http://sites.google.com/site/gftframe/photo_frame2
 
 
นายกันตพัฒน์ เศรษฐวัฒนากุล  ม.4/3  เลขที่ 20
 

edit @ 19 Feb 2012 20:39:25 by Tantann

หนังสือที่ชอบ

posted on 03 Feb 2012 21:52 by tanplay55
ขายหัวเราะ
 
 
    หนังสืออ่านเล่นขายหัวเราะ เป็นหนังสือที่หาสาระไม่ค่อยจะได้เลย แต่ถ้าถามว่ามันมีสาระไหม มันก็มีสาระ แต่แค่มีน้อยเท่านั้นเอง  หนังสือขายหัวเราะเป็นหนังสือเหมือนนิยายเรื่องสั้น แค่หน้าต่อหน้าหรือหน้าหนึ่งมี2เรื่อง อยู่ที่คนที่ส่งไปให้บริษัท เขียนไปเยอะแค่ไหน  หนังสือขายหัวเราะทำให้หนังเขียนได้แสดงฝีมือลวดลายให้คนหลายคนได้เห็น แต่ละคนจะมีลวดลายเป็นของตัวเอง และมีลักษณะพิเศษที่สามารถทำให้รู้ได้ว่าลายเส้นแบบนี้ ใครเป็นคนวาดขึ้นมาและสามารถซื้อได้ในราคาถูก แค่ 15 บาท   ทำให้คนที่ยากจนหรือไม่ค่อยมีตังก็สามรถซื้อไปอ่านในเวลาว่างได้
       
 
    ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบอ่านหนังสือไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือการ์ตูนอื่นๆ หนังสือท่องเที่ยว หนังสืออาหาร และอื่นๆอีกมากมาย แต่นี่เป็นหนังสืออ่านเล่นเล่มหนึ่งที่ทำให้ผมอ่านได้จบเล่มและอยากอ่าน  ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรผมถึงได้ชอบหนังสือเล่มนี้มากนัก อาจเป็นเพราะว่ามันหาสาระไม่ได้ หรืออาจเป็นเพราะเนื้อหาไม่มีความซ้ำซาก เพราะว่า หนังสือขายหัวเราะไม่ได้เป็นเรื่องเดียวคล้ายกับนิยายหรือนิทานเรื่องอื่นๆ แต่มันคือการนำรูปภาพและบทความของหลายๆคน มารวมกัน เป็นเรื่องสั้นๆหลายๆเรื่องในหนังสือเพียงเล่มเดียว เลยทำให้ผมอ่านได้เพราะเนื้อหามันมีหลากหลายรูปแบบ ถึงมันจะใช้สมองในการอ่านไม่มากแต่ก้ทำให้ผมอ่านได้  ผมมักจะอ่านในเวลาว่าง ในตอนที่คิดไม่ออกว่าจะทำอะไร ผมก็จะนำมันออกมาอ่านและมันฆ่าเวลาได้มากเลยทีเดียว เพราะเมื่อผมอ่านไปเรื่อยๆมันก็เพลินจนอ่านจบเล่มมันก็กินเวลาไปมากแล้ว นี่ก็เป็นหนังสืออ่านเล่นอีกหนึ่งเล่มที่ผมอยากแนะนำให้ใครหลายคนได้ลองอ่านดู ถึงแม้มันจะไม่มีสาระ แต่เนื้อหาไม่ซ้ำซากและมีรูปภาพขำๆฮาๆให้ดูกัน
 
 

นายกันตพัฒน์ เศรษฐวัฒนากุล  ม.4/3  เลขที่ 20

edit @ 4 Feb 2012 16:36:30 by Tantann

Siam Niramit

posted on 03 Feb 2012 21:24 by tanplay55

Siam Niramit

 
 
 

  

     สยามนิรมิต เป็นสถานที่ที่สุดยอดอีกหนึ่งแห่งในประเทศไทย เพราะสยามนิรมิตนั้น ติดระดับโลกใน กินเนสเวิร์ลเล็คคอร์ด  ของโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    ภายนอกนั้นอาจจะดูไม่ค่อยหรูหราอะไรมากมายสำหรับสยามนิรมิต  เพราะมีแค่น้ำพุตรงกลางตรงทางเข้า และก็มีบ้านเรือนไทยสมัยก่อนให้ดู และก็ห้องสำหรับ อธิบายความเป็นมาและฉากที่จะนำมาใช้การแสดง แต่เมื่อถึงเวลาเข้าไปข้างในโรงละครนั้น  มันเหมือนคนละสถานที่กันโดยสิ้นเชิง เพราะข้างในนั้นดูใหญ่และหรูหรามาก และมีฉากเยอะแยะมาก  การแสดงนี้ มีหลายฉากมาก และต้องใช้อุปกรณ์ในการแสดงมากมาย ทั้งช้างทั้งชุด และมีคนแสดงเยอะด้วยอีกเช่นกันการแสดงแต่ละฉากมีความเป็นตัวของมันเอง เพราะความสวยงาม ความอลังการ มันต่างกัน และจะมีคล้ายๆกับทอร์คโชว์พูดขั้นกลางและก่อนการแสดง

 

    เป็นการแสดงมายากล และการเล่นตลกรวมๆกันในตัว และได้เชิญนักเรียนเข้าไปร่วมสนุก ทำให้มีความสนุกสนานเข้าไปอีกเพราะ นักเรียนได้เล่นเอง เพราะถ้าคนนั้นเป็นคนที่เรารู้จัก จะทำให้เรารู้สึก สนุกสนานและขำที่เพื่อนเราทำไม่ได้ ทำปัญญาอ่อน หรือทำติ๊งต๊องบนเวที ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมหัวเราะได้ถึงแม้ว่าคนที่ได้ขึ้นไปร่วมแสดงบนเวทีจะไม่ใช่เพื่อนของผมหรือคนที่ผมรู้จัก เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่เส้นตื้นมากได้ยินอะไรที่ฮาๆ หรือเสียงหัวเราะจากคนรอบข้าง ก้อาจทำให้ผมหัวเราะได้แล้ว  ผมคิดว่ามันเป็นโชคดีของผมที่เป็นคนเส้นตื้น เพราะผมเคยได้ยินมาว่าการหัวเราะทำให้ร่างกายนั้นสูบฉีดดีและทำให้อายุยืนขึ้น ผมจึงคิดว่าการที่ผมเป็นคนที่หัวเราะอะไรได้ง่ายๆเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้ผมมีความสุขแล้ว ผมยังอายุยืนอีกด้วย

    ตอนพักกลางวัน ในตอนกินข้าวผมได้กินข้าวรวมกับน้องๆม.1  ห้องอาหารที่ให้ผมกินเป็นห้องที่ใหญ่พอสมควรคล้ายๆกับห้องประชุมเลย แต่แค่เขาเปลี่ยนเป็นห้องรับประทานอาหาร  เข้าไปนี่จะเห็นเก้าอี้เต็มไปหมด  เลยไม่รู้เลยว่ามันคือห้องอะไร แต่ผมก็กินอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นผมก็ออกไปข้่างนอกหาเพื่อนๆของผม  เพื่อนผมเริ่มซนและหยิบแก้วน้ำมา บีบแล้วติดข้างบนแรงๆ จากนั้นแก้วน้ำจะแตกและกระเด็นไปโดนคนอื่น เพื่อนผมเล่นกันอย่างสนุกสนาน เปียกกันเหมือนเล่นสงกรานมา แต่ถึงจะเปียกก็สนุกดีครับ

 

นายกันตพัฒน์ เศรษฐวัฒนากุล  ม.4/3  เลขที่ 20

edit @ 4 Feb 2012 16:38:17 by Tantann

edit @ 4 Feb 2012 16:39:10 by Tantann

edit @ 13 Feb 2012 14:55:28 by Tantann